พอตใช้แล้วทิ้ง vs พอตระบบเปิด พอตแต่ละแบบนั้นมี ข้อดี-ข้อเสีย ที่แตกต่างกัน บางคนชอบในเรื่องของความสะดวก บางคนชอบในแบบที่สามารถปรับแต่งได้หลากหลาย วันนี้เรามีคำตอบให้ว่าใครบ้างที่เหมาะกับพอตแบบไหน
สารบัญ
- ข้อดี-ข้อเสีย ของพอตใช้แล้วทิ้งและพอตระบบเปิด
- ค่าใช้จ่ายระยะยาว ของพอตใช้แล้วทิ้งและพอตระบบเปิด
- พอตใช้แล้วทิ้งและพอตระบบเปิด เหมาะกับใครในแต่ละกรณี
- ความสะดวกในการใช้งาน ระหว่างพอตใช้แล้วทิิ้งกับพอตระบบเปิด
- สรุป
ข้อดี-ข้อเสีย ของพอตใช้แล้วทิ้งและพอตระบบเปิด
พอตใช้แล้วทิ้ง – Disposable pod
ข้อดี
- ใช้งานได้ทันที
- ราคาถูก
- ไม่ต้องเติมน้ำยา
- ไม่ต้องเปลี่ยนคอยล์
- ตัวเล็ก พกพาสะดวก
- ประหยัด
- ไม่ต้องกังวลเรื่องสูญหาย
ข้อเสีย
- ไม่สามารถเติมน้ำยาได้
- ไม่สามารถเปลี่ยนคอยล์ได้
- ไม่สามารถเปลี่ยนกลิ่นน้ำยาได้
- บางรุ่นไม่มีหน้าจอบอกปริมาณน้ำยาและแบตเตอรี่
- อายุการใช้งานสั้น เมื่อน้ำยาหมดต้องทิ้งทันที
พอตไฟฟ้าระบบเปิดแบบเติมน้ำยา – Open Pod system
ข้อดี
- สามารถเติมน้ำยาได้
- เปลี่ยนคอยล์เลือกค่าโอห์มได้
- สามารถปรับกำลังวัตต์ได้
- มีหน้าจอดูรายละเอียดข้อมูลได้
- ฟังก์ชั่นเยอะ ล้ำสมัยมากที่สุด
- อายุการใช้งานยาวนาน
ข้อเสีย
- ราคาสูงกว่า
- มีขั้นตอนการใช้งานมากกว่า
- ต้องพกอุปกรณ์เสริมที่มากกว่า
- ต้องคอยดูแลอุปกรณ์เยอะกว่า
ค่าใช้จ่ายระยะยาว ของพอตใช้แล้วทิ้งและพอตระบบเปิด
พอตใช้แล้วทิ้ง
ในปัจจุบันราคาของปัจใช้แล้วทิ้งจะอยู่ที่หลักร้อย 200-400 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ถูกมากๆ จะละรุ่น จะมีปริมาณคำสูบอยู่ที่ 9000 คำสูบ ขึ้นไป
การใช้งานของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคน 1 ชิ้น สามารถอยู่ได้เป็นเดือน บางคนอยู่ได้ 1 สัปดาห์ โดยเฉลี่ยต่อเดือนให้คิดง่ายๆ จะตกอยู่ที่ 2 ชิ้นต่อเดือนเท่ากับค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 500 บาทต่อเดือน
พอตไฟฟ้าระบบเปิด
พอตไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่ายอยู่สองส่วนคือ 1.น้ำยา 2.คอยล์ โดยส่วนมากน้ำยาซอลนิคขวดนึงจะตกอยู่ที่ราวๆ 250 บาท 1 ขวดจะอยู่ได้ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ
และ คอยล์ 1 ชิ้นสามารถใช้งานได้ 3-7 วัน ราคาจะอยู่ที่ 80-100 บาท ถ้านำสองอย่างมารวมกันโดยคิดที่ 1 เดือนค่าใช้จ่ายจะตกอยู่ที่ 600 บาทต่อเดือน
พอตใช้แล้วทิ้งและพอตระบบเปิด เหมาะกับใครในแต่ละกรณี
พอตใช้แล้วทิ้งเหมาะกับ
- คนที่ชอบความสะดวก
- ผู้ที่มีงบจำกัด
- คนที่ชอบเดินทางไปนอกสถานที่
- ผู้ที่ไม่ชอบพกอุปกรณ์เยอะ
- เหมาะกับคนที่สูบจัดเพราะประหยัด
พอตไฟฟ้าระบบเปิดเหมาะกับ
- ผู้ที่ชอบการปรับแต่ง
- คนที่ชอบเลือกฟิลสูบได้หลากหลาย
- ผู้ที่ชอบใช้ฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย
- คนที่มีงบพอประมาณ
- ผู้ที่สะดวกพกอุปกรณ์หลายชนิด
ความสะดวกในการใช้งาน ระหว่างพอตใช้แล้วทิิ้งกับพอตระบบเปิด
สามารถตอบได้เลยว่า พอตใช้แล้วทิ้ง มีความสะดวกมากกว่า พอตระบบเปิด เพราะเนื่องจากขั้นตอนการใช้งานที่น้อยมากเพียงฉีกซองก็สามารถใช้งานได้เลยทันที ไม่ต้องแม้กระทั่งชาร์จแบตก่อนใช้
กลับกันในขณะที่พอตระบบเปิด ไม่เพียงที่จะต้องชาร์จแบตตัวเครื่องก่อนแล้ว ยังต้องใส่คอยล์และน้ำยาอีกและต้องคอยดูแลอยู่เป็นประจำด้วย
และสุดท้ายความสะดวกเวลาที่ผู้ใช้ไปยังสถาที่ต่างๆผู้ใช้ที่ใช้พอตระบบเปิดต้องพกอุปกรณ์เสริมไปหลายอย่าง เช่นคอยล์และน้ำยา ในขณะที่พอตใช้แล้วทิ้งไม่จำเป็นต้องพกอุปกรณ์เหลานี้เลย
สรุป
พอตใช้แล้วทิ้ง vs พอตระบบเปิด เพื่อนๆคงเห็นกันแล้วว่าตัวเองนั้นเหมาะกับพอตเภทไหนซึ่งถ้าผู้อ่านเป็นคนชอบความสะดวกราคาประหยัดก็ต้องเลือกพอตใช้แล้วทิ้ง
แต่ถ้าเป็นสายชอบการปรับแต่งชอบฟีลสูบที่หลากหลายก็ต้องเลือกใช้พอตระบบเปิด พอตทั้งสองมีข้อดีและข้อเสียของตัวเองทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคนว่าจะเลือกใช้พอตแบบใดให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

